ผลิตภัณฑ์ทาผิวหลังการล้างหน้าและยาแต้มสิว

สำหรับผู้ที่เป็นสิวมักจะมีผิวหน้าที่มันอยู่แล้ว จึงไม่ควรทาโลชั่นใดๆเพิ่ม เพราะโลชั่นจะทำให้เกิดการอุดตันของไขมันบริเวณผิว และคุณไม่ควรคิดว่าถ้าหากไม่ทาโลชั่นผิวจะขาดการบำรุง เพราะผิวของคุณมันอยู่แล้วจะไปเพิ่มน้ำมันให้กับผิวทำไม ถ้าหากว่าทาครีมบำรุงแล้วเป็นสิวไม่บำรุงจะดีกว่าไหม? แต่ควรจะให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวจะดีกว่า เพราะถ้าหากว่าผิวของคุณแห้งต่อมไขมันก็จะเร่งการผลิตน้ำมันเพิ่มมากขึ้น ทำให้หน้าของคุณมันมาก แต่ถ้าทำให้ผิวชุ่มชื่น ต่อมไขมันก็จะผลิตน้ำมันลดลง แต่การทานน้ำตรงๆลงไปที่บริเวณผิว น้ำก็จะระเหยออกไป ดังนั้นเราจำเป็นจะต้องมีตัวช่วยอบอุ้มน้ำ เพิ่มฟิล์มกักเก็บน้ำ โดยเฉพาะยิ่งในช่วงของฤดูหนาว อากาศที่เย็น หรือการอยู่ในห้องปรับอากาศแล้วทำให้ผิวของคุณแห้ง ให้ทาเจลว่านหางจรเข้ชนิดปลอดเชื้อเพราะจะไม่เป็นการไปเพิ่มเชื้อให้กับผิวที่เป็นสิว ว่านหางจระเข้ ใช้ทาได้แม้กระทั่งแผลน้ำร้อนลวก เพราะเจลว่านหางจระเข้จะช่วยทำให้ความชุ่มชื้น จะเก็บน้ำเหมือนมีฟิล์มเคลือบผิวและปกป้องผิวจากแสงแดดไม่มัน เพราะปราศจากน้ำมัน และไม่ก่อให้เกิดการอุดตันบริเวณรูขุมขน อีกทั้งยังปราศจากน้ำหอมอีกด้วย แต่ถ้าหากว่า ผิวของคุณแห้งมากๆโดยเฉพาะที่มีสาเหตุมาจากสภาพอากาศในช่วงฤดูหนาว การใช้ยาในกลุ่มของวิตามินเอ การใช้ยา benzoyl peroxide หรือการว่ายน้ำในสระที่มีคลอรีน คุณอาจจะทา physiogelครีมหลังจากที่อาบน้ำด้วยก็ได้ ถ้าหากว่าคุณออกแดดบ่อยๆหรือต้องสัมผัสกับแสงแดดที่รุนแรง คุณควรจะพกครีมกันแดดที่ระบุว่าไม่อุดตันรูขุมขน

แต่อย่างไรก็ตามการทดสอบผลิตภัณฑ์ว่าไม่อุดตันรูขุมขนนั้น ทำการทดสอบกับหูของกระต่าย ไม่ใช่ผิวหน้าของคน ดังนั้น จึงไม่มีการรับประกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจะไม่อุดตันรูขุมขนและไม่ก่อให้เกิดสิว และสารกันแดดที่สำคัญคือ ไทเทเนียมไดออกไซด์ก็ก่อให้เกิดสิวได้เช่นกัน ถ้าหากว่าใช้ครีมกันแดดก็ควรจะล้างหน้าแบบเดียวกับการล้างเครื่องสำอาง เพราะการใช้ครีมกันแดดก็เปรียบเสมือนกับการแต่งหน้า ถ้าหากว่าคุณจำเป็นที่จะต้องใช้ครีมกันแดดก็ควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่ใช้สารซิงค์ออกไซด์และมีสูตรไม่กันน้ำ เพราะจะช่วยลดการอุดตันได้ดีกว่าและไม่ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง เพราะนั่นจะหมายความว่า มีการใส่สารกันแดดเป็นจำนวนมาก จะทำให้มีโอกาสเพิ่มการเกิดสิวเพิ่มมากยิ่งขึ้น

ค่าประสิทธิภาพการกันแดด SPF 15 ก็เพียงพอแล้ว แต่ที่ดีที่สุดก็คือ การหลีกเลี่ยงแสงแดดด้วยการกางร่มแทนหรือทาเบอโนวาเจลบ่อยๆ และว่านหางจระเข้เอง ก็เป็นพืชทะเลทราย มีการปรับตัว ปกป้องตัวเองจากแสงแดดและความแห้งแล้งโดยการกักเก็บน้ำไว้ในเซลล์ มีสารป้องกันแสงแดด มีวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ และนอกจากนี้ยังมีสารอะลอคทินเอ ที่มีส่วนช่วยลดการอักเสบและช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส ซึ่งเกี่ยวข้องกับเซลล์เม็ดสี จึงช่วยปรับสภาพผิวให้ขาว ว่านหางจระเข้จึงถูกนำมาใช้ในการดูแลผิวตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน โดยแพทย์ผิวหนังจำนวนมากมักจะนิยมจ่ายเจลว่านหางจระเข้ให้ทาผิวเพื่อความชุ่มชื้น

 

วิธีใช้ นำเบอโนวาเจลไปแช่ไว้ในตู้เย็น ใช้ทาผิวหลังจากการล้างหน้า ความเย็นจะช่วยกระชับผิวปิดรูขุมขน ตัวเจลจะโอบอุ้มความชุ่มชื้นให้กับผิว และยังช่วยป้องกันแสงแดดได้อีกด้วย

ผลิตภัณฑ์เวชสำอางในคลินิกต่างๆ มักจะนิยมใส่วุ้นจากว่านหางจระเข้เป็นส่วนประกอบอยู่เสมอ จากการวิจัยพบว่า การทาคลินดามัยซินเจล มักจะให้ผลดีเป็น 2 เท่าของการทาคลินดามัยซินในรูปแบบสารละลายหรือยาน้ำ และจะมียาฆ่าเชื้ออีกชนิดหนึ่งที่ให้ประสิทธิภาพพอๆกันนั่นก็คือ อิริโทรมัยซิน แต่ยาตัวนี้จะทำให้แสบผิวมากๆ มีกลิ่นที่รุนแรง แต่ไม่สามารถลดกรดไขมันอิสระที่ผิวได้

หลายๆคนอาจจะมีคำถามว่า ยาผงแต้มสิวที่นิยมใช้กันมานาน มีความเหมาะสมที่จะใช้หรือไม่ ยาที่ว่านั้นก็คือยาปฏิชีวนะในรูปแบบผงนั่นเอง ก็เหมือนกับการนำยา ดอกซีไซคลีน จากแคปซูลมาเต้นที่สิวโดยตรง ซึ่งจะมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อ แต่จะละลายและเกิดการแทรกซึมได้น้อยกว่ายาฆ่าเชื้อที่มาในรูปแบบของเจลหรือของเหลว อีกทั้งยังมีความเข้มข้นของยามากจนเกินไปและการแต้มยาที่แห้งลงบนแผล จะทำให้แผลแห้งมากจนเซลล์ผิวที่ปกติตาย หรือเนื้อเยื่อบริเวณแผลแบ่งตัวสร้างตัวเองไม่ได้ ดังนั้น ควรแต้มยาในรูปแบบเจลจะดีที่สุด